วันศุกร์ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

แบบฝึกหัด 26/07/59

1.จงหาความหมายของคำต่อไปนี้  พร้อมยกตัวอย่าง

    1.1.กราฟิก

    • ศิลปะหรือศาสตร์แขนงหนึ่ง ที่สื่อความหมายโดยใช้เส้น ภาพเขียน สัญลักษณ์ ภาพถ่าย ซึ่งมีลักษณะเห็นได้ชัดเจน เข้าใจความหมายได้ทันที และถูกต้องตรงตามที่ผู้ใช้ต้องการ

     1.2.ภาพกราฟิกแบบbitmap

    • เป็นภาพกราฟิกที่เกิดจากการเรียงตัวของจุดสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ ที่เรียกว่า พิกเซล (Pixel) มีการเก็บค่าสีที่เจาะจงในแต่ละตำแหน่งจนเกิดเป็นภาพในลักษณะต่าง ๆ เช่น ภาพถ่าย
    • ข้อเสีย คือ หากมีการขยายขนาดภาพซึ่งจะเป็นการเพิ่มจำนวนจุดสีให้กับภาพ ส่งผลให้คุณภาพของภาพนั้นสูญเสียไปความละเอียดของภาพจะลดลงมองเห็นภาพเป็นแบบ จุดสีชัดเจนขึ้นไฟล์ภาพจะมีขนาดใหญ่และใช้เนื้อที่ในการจัดเก็บมากตามไปด้วย
    • ข้อดี คือ เหมาะสำหรับภาพที่ต้องการสร้างสีหรือกำหนดสีที่ต้องการความละเอียดและสวยงาม
    • โปรแกรมที่นิยมใช้ในการสร้างภาพแบบราสเตอร์ ได้แก่โปรแกรม Paintbrush โปรแกรม Adobe Photoshop เป็นต้น

1.3.ภาพกราฟิกแบบเวกเตอร์



    • เป็นภาพกราฟิกที่เกิดจากการประมวลผลโดยอาศัยหลักการคำนวณทางคณิตศาสตร์ มีสีและตำแหน่งที่แน่นอน
    •  ภาพจะมีความเป็นอิสระต่อกัน โดยแยกชิ้นส่วนของภาพทั้งหมดออกเป็นเส้นตรง เส้นโค้ง หรือรูปทรง
    • เมื่อมีการขยายภาพความละเอียดของภาพ จะไม่ลดลง เช่น ภาพการ์ตูนเมื่อถูกขยายภาพออกมา 
    • โปรแกรมที่นิยมใช้สร้างภาพแบบเวคเตอร์ ได้แก่ โปรแกรม Illustrator โปรแกรม CorelDraw เป็นต้น

1.4.ระบบสีแบบRGB

    • ย่อมาจากคำว่า Red Green และ Blue  เป็นระบบสีที่ประกอบด้วยแม่สี  สีคือ แดง  (Red), เขียว  (Green) และสีน้ำเงิน  (Blue)
    • เมื่อนำมาผสมกัน ทำให้เกิดสีต่างๆบนจอคอมพิวเตอร์ ซึ่งใกล้เคียงกับสีที่ตามองเห็นได้ปกติ
    • สีที่ได้จากการผสมสีขึ้นอยู่กับความเข้มของสี โดยถ้าสีมีความเข้มมาก เมื่อนำมาผสมกันจะทำให้เกิดเป็นสีขาว จึงเรียกระบบสีนี้ว่าแบบ Additive  หรือการผสมสีแบบบวก

1.5.ระบบสีแบบCMYK 

    • ย่อมาจากคำว่า Cyan Magenta Yellow และ Black เป็นระบบสีมาตรฐานที่เหมาะกับงานพิมพ์ พิมพ์ออกทางกระดาษหรือวัสดุผิวเรียบอื่น ๆ 
    • โดยทำการแก้ไขจุดบกพร่องของระบบสี RGB ที่เครื่องพิมพ์ ไม่สามารถพิมพ์สีบางสีออกไปได้ ประกอบด้วยสีหลัก 4 สี ได้แก่ สีฟ้า สีชมพูม่วง สีเหลือง และสีดำ
    • เมื่อนำสีทั้งหมดมาผสมกันจะเกิดเป็นสีดำ จึงเรียกระบบสีนี้ว่า Subtractive Color 
    • หลักการเกิดสีของระบบนี้คือ หมึกสีหนึ่งจะดูดกลืนแสงจากสีหนึ่งแล้วสะท้อนกลับออกมาเป็นสีต่าง ๆ เช่น สีฟ้าดูดกลืนแสงของสีม่วงแล้วสะท้อนออกมาเป็นสีน้ำเงิน 
    • การเกิดสีในระบบนี้จึงตรงข้ามกับการเกิดสีในระบบ  RGB 
2.องค์ประกอบของงานกราฟิกมีกี่ชนิดอะไรบ้าง

    • องค์ประกอบหลัก ๆ ในงานกราฟิกจะแบ่งออกเป็น 8 ชนิดคือ เส้นรูปร่างรูปทรงน้ำหนักพื้นผิวที่ว่างสี และตัวอักษร
    • เส้น
      • เส้นแนวนอน - ให้ความรู้สึกสงบ ราบเรียบ
      • เส้นตรงแนวตั้ง - ให้ความรู้สึกมั่นคงแข็งแรง
      • เส้นทแยง - ให้ความรู้สึกไม่มั่นคง รวดเร็ว แสดงถึงเคลื่อนไหว
      • เส้นตัดกัน - ให้ความรู้สึกประสาน แข็งแกร่ง หนาแน่น
      • เส้นโค้ง - ให้ความรู้สึกอ่อนช้อย อ่อนน้อม
      • เส้นประ - ให้ความรู้สึก โปร่ง ไม่สมบูรณ์ หรือในบางกรณีอาจจะใช้เป็นสัญลักษณ์ในการแสดงถึงส่วนที่ถูกซ่อนเอาไว้
      • เส้นโค้งก้นหอย - ให้ความรู้สึกเคลื่อนไหวไม่มีที่สิ้นสุด
      • เส้นโค้งแบบคลื่น  - ให้ความรู้สึกถึงการเคลื่อนไหวอย่างนิ่มนวล
      • เส้นซิกแซ็ก - ให้ความรู้สึก น่ากลัว อันตราย
    • รูปร่าง 
      • เกิดจากการนำเส้นแบบต่างๆ มาต่อกันจนได้รูปร่าง 2 มิติ ที่มีความกว้างและความยาว (หรือความสูง)
      • จะแบ่งเป็น 2แบบ คือ รูปร่างที่คุ้นตา และ รูปร่างแบบฟรีฟอร์ม
    • รูปทรง
      • เป็นรูปร่างที่มีมิติเพิ่มขึ้นมากลายเป็น 3 มิติ คือมีความลึกเพิ่มเข้ามาด้วย
    •  น้ำหนัก
      • เป็นส่วนที่มาเสริมให้ดูออกว่ารูปทรงมีน้ำหนักขนาดไหนเบา หรือหนัก ทึบ หรือโปร่งแสง
      • เกิดจากการเติมสีและแสงแรเงาลงไปในรุปทรงจนได้ผลลัพธ์ออกมาตามที่ต้องการ
    • พื้นผิว
      • เป็นอีกองค์ประกอบหนึงที่ช่วยสื่ออารมณ์ของงานออกมาได้ชัดเจนมากขึ้น
      • เช่น ถ้าเราเลือกพิมพ์งานลงในกระดาษ Glossy ที่เงาและแวววาว งานนั้นจะสื่อกอกไปได้ทันทีว่า “หรู มีระดับ” หรือ ถ้าเราใส่ลวดลายที่ดูคล้าย ๆ สนิม หรือรอยเปื้อนลงไปในงานก็จะสื่อได้ทันทีถึง “ความเก่า”
    • ที่ว่าง
      • ที่ว่างไม่ได้หมายความถึงพื้นที่ว่างเปล่าในงานเพียงอย่างเดียว แต่หมายถึงรวมไปถึงพื้นที่ที่ไม่สำคัญหรือ Background ด้วย ในการออกแบบงานกราฟิกที่ว่างจะเป็นตัวช่วยในงานดูไม่หนักจนเกินไป
    • สี
      • ถือเป็นหัวใจหลักสำคัญ เพราะการเลือกใช้สีจะแสดงถึงอารมณ์ที่ต้องการได้ชัดเจนมากกว่าส่วนประกอบอื่นๆทั้งหมด
      • เช่นสีโทนร้อน สำหรับงานที่ต้องการความตื่นเต้น
    • ตัวอักษร
      • เพื่อสร้างสรรค์งานที่สามารถสื่อความหมายออกมาได้ในดีไซน์ที่สวยงาม
3.อธิบายถึงการจัดองค์ประกอบศิลป์
  • การนำส่วนประกอบต่าง  ของทัศนธาตุต่าง  เช่น  จุด เส้น  รูปร่าง  รูปทรง  ขนาด  สัดส่วน  แสงเงา สี  ช่องว่าง  และลักษณะผิว  มาสร้างสรรค์เป็นผลงานโดยยึดหลักการจัดดังนี้
    • เอกภาพ - การจัดองค์ประกอบให้มีความสัมพันธ์กัน เป็นกลุ่มก้อน
    • ความสมดุล - การที่ทำให้ภาพกลมกลืน หรือเหมาะสมพอดี
    • จังหวะ จุดเด่น - การเด่นส่วนที่สำคัญให้ปรากฎเห็นได้ชัดเจน จุดเด่นจะส่วนสร้างให้ผลงานมีความสวยงาม มีชีวิตชีวายิ่งขึ้น
    • ความกลมกลืน - เป็นการกลมกลืนเรื่องราวที่สอดคล้องกับงานศิลปะให้ใกล้เคียงกับหัวข้อที่กำหนด
    • ความขัดแย้ง - การแย้งด้วยรูปภาพ ขัดแย้งด้วยผิว ขัดแย้งด้วยสี และก็นำทั้ง 3 อย่างนี้มาสร้างเป็นงานศิลปะ
    • ขนาด สัดส่วน 
4.อธิบายความแตกต่างของภาพกราฟิกแบบBitmap และ Vector
  • Bitmap - ลักษณะภาพจะประกอบขึ้นด้วยจุดต่างๆมากมาย เมื่อขนายภาพให้ใหญ่ขึ้นจะทำให้ภาพแตก ส่วน Vector - ถูกสร้างมาโดนใช้กระบวนการทางคณิตศาสตร์ สามารถย่อและขยายภาพได้มากกว่าแบบ Bitmap โดยที่สัดส่วนและลักษณะของภาพยังเหมือนเดิม ความละเอียดของภาพไม่เปลี่ยนแปลง
5.ยกตัวอย่างการใช้คอมพิวเตอร์กราฟิกกับงานด้านต่างๆ
  1. ด้านการออกแบบ
    • งานด้านสถาปัตย์ออกแบบภายในบ้าน การออกแบบรถยนต์ การออกแบบเครื่องจักรกล การออกแบบวงจรไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์
  2. ด้านโฆษณา
    • การโฆษณาสินค้าทางโทรทัศน์ได้นำภาพกราฟิกเข้ามาช่วยในการโฆษณาสินค้าเพื่อ เพิ่มความน่าสนใจมากขึ้น เช่น การทำหิมะตกที่กรุงเทพฯ การนำการ์ตูนมาประกอบการโฆษณาขนมเด็ก
  3. ด้านการนำเสนอ
    • การสรุปยอดขายสินค้าในแต่ละปีด้วยกราฟ หรือการอธิบายระบบการทำงานของบริษัทด้วยแผนภูมิ เป็นต้น 
  4. ด้านเว็บเพจ
    • ธุรกิจ รับสร้างเว็บเพจให้กับบริษัทหรือหน่วยงานต่าง ๆ ได้นำคอมพิวเตอร์กราฟิกเข้ามาช่วยในการสร้างเว็บเพจ เพื่อให้เว็บเพจที่สร้างมีความสวยงามน่าใช้งานยิ่งขึ้น 

วันศุกร์ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

แบบฝึกหัด

  1. การละเมิดลิขสิทธิ์โปรแกรมคอมพิวเตอร์
    • การละเมิดลิขสิทธิ์โปรแกรมคอมพิวเตอร์ หรือ ซอฟต์แวร์ คือ การคัดลอกซอฟแวร์โดยไม่ได้รับอนุญาต จากผู้พัฒนาซอฟแวร์ ซึ่งกระทำได้โดยการ คัดลอก  ดาวน์โหลด แลกเปลี่ยน และขาย ตัวอย่างเช่น การจำหน่ายซีดีปลอมตามแผงขายทั่วไป หรือเราเรียกว่า "แผ่นผี"นั้นเอง การละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟแวร์ มี 5 ลักษณะ ดังนี้
      1. การละเมิดลิขสิทธิ์โดยผู้ใช้ 
        • การทำสำเนาโดยไม่ได้รับอนุญาต ภายในองค์กร
      2. การใช้งานจำนวนมากในเครือข่าย
        • มีผู้ใช้งานจำนวนมากในเครือข่ายเข้าใช้ซอฟต์แวร์ที่ส่วนกลางพร้อมกัน
      3. การละเมิดลิขสิทธิ์ทางอินเตอร์เน็ต
        • การดาวน์โหลดหรือแลกเปลี่ยนซอฟแวร์โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
      4. การติดตั้ง ซอฟต์แวร์ในฮาร์ดดิสก์
        • ผู้จำหน่ายคอมพิวเตอร์ทำการติดตั้งซอฟต์แวร์ให้กับลูกค้าอย่างผิดกฎหมาย เพื่อจูงใจให้เกิดการซื้อ
      5. การสำเนาซอฟต์แวร์อย่างผิดกฎหมาย
        • การทำสำเนาอย่างผิดกฎหมาย หรือจำหน่ายสินค้าที่ละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์โดยเจตนา
  2. อาชญากรรมคอมพิวเตอร์
    • อาชญากรรมคอมพิวเตอร์ คือ การกระทำผิดทางอาญาในระบบคอมพิวเตอร์ หรือการใช้คอมพิวเตอร์เพื่อกระทำผิดทางอาญา เช่น การทำลาย การเลี่นแปลง หรือขโมยข้อมูลต่าง เป็นต้น ถ้าเป็นการขโมยข้อมูลระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์เราจะเรียกว่า " แครกเกอร์ "
    • ชนิดของอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ ได้แก่ 
      1. การโกง
      2. เทคนิคแบบTrojan Horse Techinque
      3. เทคนิคแบบSalami technique
      4. การดักข้อมูล
      5. ระเบิดตรรกะ
      6. ไวรัสคอมพิวเตอร์ 
      7. เทคนิคแบบกวาดข้อมูล  
      8. การทำให้รั่ว
      9. การลอบดักฟัง
      10. การขโมยต่อสาย
      11.  โจรสลัดซอฟต์แวร์
      12. การแอบเจาะเข้าไปใช้ข้อมูล
  3. การใช้คอมพิวเตอร์ในทางที่ผิด
    • การกระทำการที่ถือว่าเป็นความผิดตามกฎหมายและเป็นการกระทำผ่านหรือโดยอาศัยคอมพิวเตอร์ในการกระทำความผิด ซึ่งมีวัตถุประสงค์มุ่งต่อระบบคอมพิวเตอร์ ข้อมูลของคอมพิวเตอร์ หรือบุคคล
  4. ไวรัสคอมพิวเตอร์
    • ไวรัสคอมพิวเตอร์ คือ โปรแกรมคอทพิวเตอร์ที่ถูกออกแบบ ให้มีคุณสมบัติไปปะปนกับโปรแกรมอื่นที่อยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรา เพื่อก่อกวนหรือทำลายระบบคอมพิวเตอร์ จะมาเป็นชุดคำสั่งหรืออุปกรณ์ต่างๆ เช่น  แผ่นดิสก์ ฮาร์ดดสก์
    • ตัวอย่างไวรัส เช่น 
      • Morris Worm (1988) หรือหนอนอินเทอร์เน็ตตัวแรก 
      • ILOVEYOU (2000) อีเมลรักหายนะ
      • Code Red Worm (2001)
      • Slammer (2003) , (2005)
      • IKEE.B (2009) หนอนตัวแรกของไอโฟน
  5. กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสารสนเทศ
    • มี 6 ฉบับ ดั้งนี้
      1. กฎหมายเกี่ยวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ 
      2. กฎหมายเกี่ยวกับลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ 
      3. กฎหมายเกี่ยวกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศให้ทั่วถึง และเท่าเทียมกัน
      4. กฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
      5. กฎหมายเกี่ยวกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
      6. กฎหมายเกี่ยวกับการโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์

  6. จริยธรรมในระบบสารสนเทศ
    • มี 4 หัวข้อ ดังต่อไปนี้
      1. ความเป็นส่วนตัว
        • หมายถึง สิทธิที่จะอยูตาลำพัง และเป็นสิทธิที่เจ้าของสามารถที่จะควบคุมข้อมูลของตนเองในการเปิดเผยให้กับผู้อื่น
      2. ความถูกต้อง
        • ในการใช้คอมพิวเตอร์ เพื่อการรวบรวม จัดเก็บ และเผยแพร่ข้อมูลนั้น จะต้องมีความน่าเชื่อถือได้ของข้อมูลด้วย การที่จัดทำข้อมูลให้มีความน่าเชื่อถือได้นั้น ข้อมูลควรได้รับการตรวจสอบความถูกต้องก่อนที่จะนำเข้าฐานข้อมูล 
      3. ความเป็นเจ้าของ
        • สิทธิความเป็นเจ้าของ หมายถึง กรรมสิทธิ์ในการถือครองทรัพย์สิน ซึ่งอาจเป็นทรัพย์สินทั่วไปที่จับต้องได้และจับต้องไม่ได้ โดยในการคัดลอกโปรแกรมคอมพิวเตอร์ให้กับเพื่อน เป็นการกระทำที่จะต้องพิจารณาให้รอบคอบก่อนว่าโปรแกรมที่จะทำการคัดลอกนั้น เป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ท่านมีสิทธ์ในระดับใด
      4. การเข้าถึงข้อมูล
        • ในการเข้าใชเงานโปรแกรม หรือระบบคอมพิวเตอร์นั้น จะต้องมีการกำหนดสิทธิระดับของผู้ใช้งานเพื่อเป็นการป้องกันการเข้าไปดำเนินการต่างๆ และเป็นการรักษาความลับของข้อมูลนั้น ดังนั้น ในการพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์จึงได้มีการออกแบบระบบรักาาความปลอดภัยในการเข้าถึงของผู้ใช้งาน

วันศุกร์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

การเชื่อมต่อระบบอินเตอร์เน็ต


การเชื่อมต่อระบบอินเตอร์เน็ต

ประเภทโปรแกรมที่ใช้กับอินเตอร์เน็ต

  1. โปรแกรมประเภทบราวเซอร์
    • เป็นโปรแกรมที่ใช้สำหรับท่องเว็บไปยังเว็บไซด์ต่าง ๆ ที่ต้องการ
    • เช่น Internet Explorer  
  2. โปรแกรมประเภทสร้างเว็บเพจ
    • เป็นโปรแกรมสำหรับสร้างหน้าเว็บเพจที่เราใช้เข้าไปดู
    • Web ส่วนใหญ่ใช้โครงสร้างภาษา HTML
    • เช่น โปรแกรม Dreamweaver
  3. โปรแกรมประเภทสนทนา
    • เป็นโปรแกรมที่ใช้ติดต่อหรือสารระหว่างกันซึ่งอาจติดต่อด้วยการพิมพ์ผ่านทางแป้นพิมพ์
    • เช่น NetMeeting , line , facebook

บริการพื้นฐานบนอินเทอร์เน็ต

  1.  จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (E-mail)
    • เป็นวิธีการติดต่อสื่อสารกันบน Internet ที่เป็นมาตรฐาน และนิยมมากที่สุด 
    • ส่งเอกสารที่เป็นข้อความธรรมดา แบบมัลติมิเดีย มีทั้งภาพและเสียง 
    •        ข้อดี   
      •       *เป็นการติดต่อสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ
      •         สามารถกระจายข้อมูลในจดหมายไปยังผู้อ่านหลายๆ คนได้
      •       *สามารถแนบ files ไปกับข้อมูลในจดหมายได้
      •         สามารถส่งข้อมูลในจดหมายได้รวดเร็วมาก แม้ว่าจะอยู่ไกลออกไป
    •        ข้อเสีย
      •        *ได้รับจดหมายที่ไม่พึงประสงค์มากขึ้น
  1.              บริการแสดงผลเว็บไซต์ หรือ World Wide Web
    •          บริการแสดงผลเว็บไซต์ซึ่งเป็นเอกสารไฮเปอร์เท็กซ์ (Hyper Text) ที่สามารถแสดงผลได้ทั้ง ตัวอักษร รูปภาพ ภาพเคลื่อนไหว เสียง และการเชื่อมโยง (Link) ไปยังเอกสารไฮเปอร์เท็กซ์ อื่น ๆ
  2.         File Transfer Protocol
    •     บริการถ่ายโอนแฟ้มข้อมูลจากคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งไปยังคอมพิวเตอร์อีกเครื่องหนึ่งในเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
  3.            Telnet 
    •         เป็นบริการที่เราสามารถเข้าใช้งานคอมพิวเตอร์อีกเครื่องหนึ่งที่อยู่ระยะไกลโดยใช้อินเตอร์เน็ต
    •        มักใช้ในสำนักงานต่างๆ
  4.            การแลกเปลี่ยนข่าวสารและความคิดเห็น
    •       เป็นการให้บริการแลกเปลี่ยนข่าวสารและแสดงความคิดเห็น ผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตทั่วโลกสามารถพบปะกันแสดงความคิดเห็นของตน
    •     การใช้งานบริการแลกเปลี่ยนข่าวสารและความคิดเห็นในปัจจุบัน  มีลักษณะที่เรียกว่า Weblog โดยมีการสร้างบล็อกของผู้ใช้แต่ละคนขึ้นมา ซึ่งผู้ใช้งานอื่นสามารถเข้ามาอ่านข้อความในบล็อกและสามารถแสดงความคิดเห็นของตนลงในบล็อกเหล่านั้นได้
  5.             การสนทนาด้วยข้อความ (Chat)
    •          บริการให้ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตพูดคุยสนทนาโดย การพิมพ์ แอพสื่อสารต่างๆ
  6.             การสืบค้นข้อมูล
    •         คือบริการการค้นหาข่าวสารในเครือข่ายอินเทอร์เน็ต มีการจัดเรียงข้อมูลข่าวสารตามหัวข้ออย่างมีระบบ ทำให้ผู้ใช้ค้นหาข้อมูลได้ง่ายและสะดวกขึ้น 
  7.             บริการอื่นๆ
    •         เช่น ข้อมูลเสียง , โทรทัศน์ , วีดีโอ , *การประชุมทางไกล Video Conferrence